แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติในชุมชน
ภูมิประเทศ
พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดยะลาเป็นภูเขาสลับซับซ้อนทั่วไปทุกอำเภอ ภูเขาที่สำคัญ คือภูเขาสันกาลาคีรีซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย มีที่ราบอยู่เพียงส่วนน้อย
ฤดูกาล
ฤดูกาลของจังหวัดยะลาพิจารณาตามลักษณะอากาศของประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 ฤดูดังนี้
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ระยะนี้เป็นช่วงว่างของฤดูมรสุมจะมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำให้มีอากาศร้อนอบอ้าวทั่วไป เดือนที่มีอากาศร้อนที่สุดคือ เดือนพฤษภาคม แต่เป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ทะเลจึงได้รับกระแสลมและไอน้ำทำให้อากาศกคลายความร้อนลงไปมาก
ฤดูฝน มีฤดูฝนแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยกับช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม เพราะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดผ่านอ่าวไทย จึงทำให้มีฝนตกมากอีกช่วงหนึ่ง โดยมีฤดูฝนสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีลมเย็นและแห้งจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่าน แต่เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเลอากาศจึงไม่หนาวเย็นเหมือนจังหวัดที่อยู่ทางตอนบนของประเทศ แต่กลับมีฝนตกชุกมากในฤดูหนาว โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม
ลักษณะอากาศทั่วไป
จังหวัดยะลาอยู่ภายใต้อิทธิพลของมรสุมที่พัดประจำเป็นฤดูกาล 2 ชนิด คือ ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหรือฤดูหนาว จะมีลมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นลมเย็นและแห้งจากประเทศจีนพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้ภาคต่าง ๆ ทางตอนบนของประเทศตั้งแต่ภาคกลางขึ้นไปมีอากาศหนาวเย็นและแห้งแล้งทั่วไป แต่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปรวมถึงจังหวัดยะลากลับมีฝนตกชุกเพราะลมมรสุมนี้พัดผ่านอ่าวไทยจึงพาเอาไอน้ำไปตกเป็นฝนทั่วไป อากาศจึงไม่หนาวเย็นดังเช่นภาคอื่น ๆ ที่อยู่ตอนบนของประเทศ แต่อาจมีอากาศเย็นบ้างเป็นครั้งคราว ลมมรสุมอีกชนิดหนึ่งคือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านมหาสมุทรอินเดียจึงพัดพาเอาไอน้ำและความชื้นมาสู่ประเทศไทย แต่เนื่องจากเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกกั้นกระแสลมไว้ ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกและจังหวัดยะลามีฝนตกน้อยกว่าภาคใต้ฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลม
ธรรมชาติที่น่าสนใจในชุมชน
แม่น้ำปัตตานี
แม่น้ำปัตตานี เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านจังหวัดยะลา มีต้นน้ำอยู่บนเทือกเขาสันกาลาคีรี ในเขตอำเภอเบตง บริเวณพรมแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย แล้วไหลไปทางทิศเหนือผ่านอำเภอเบตง อำเภอบันนังสตา กิ่งอำเภอกรงปินัง อำเภอเมือง ฯ อำเภอยะรัง อำเภอหนองจิก แล้วไหลลงสู่ทะเลที่บ้านปากน้ำ อำเภอเมือง ฯ มีความยาวรวมทั้งสิ้นประมาณ ๑๙๐ กิโลเมตร
สวนขวัญเมือง (พรุบาโกย)
สวนขวัญเมือง (พรุบาโกย) เป็นสวนสาธารณะขึ้นชื่อของจังหวัดยะลา ด้วยพื้นที่ที่กว้างถึง 207 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล 1 ของเทศบาลนครยะลา ห่างจากศาลหลักเมืองยะลาประมาณ 300 เมตร สวนขวัญเมือง เป็นสวนสาธารณะกลางขนาดใหญ่ เป็นเสมือนศูนย์กลางการพักผ่อนของชาวยะลา ประกอบด้วยทะเลสาบจำลองที่ตกแต่งทัศนียภาพของชายทะเล มีโขดหิน มีทิวสน และหาดทราย มีอาณาเขตที่กว้างขวาง และสามารถจัดกิจกรรมบนพื้นที่แห่งนี้ได้หลากหลาย อาทิ สนามเด็กเล่น สนามแสดงนกเขาชวาในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งอยู่ใจกลางกับตัวเมือง เป็นปอดให้เมือง
เดิม สวนขวัญเมือง เป็นพรุ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าพรุบาโกย เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ทำการเกษตรไม่ได้ ทำที่อยู่อาศัยก็ยาก ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เทศบาลนครยะลาจึงพัฒนาเป็นสวนสาธารณะขึ้น เนื่องจากจังหวัดยะลาเป็นจังหวัดเดียวของภาคใต้ที่ไม่ติดทะเล จึงมีการออกแบบสวนสาธารณะเลียนแบบทะเล หรือว่าทำทะเลเทียมนั่นเอง เนื่องจากพื้นที่เป็นพรุสวนหนึ่งต้องขุด ส่วนหนึ่งต้องถม ต้องปรับภูมิทัศน์ใหม่ทั้งหมด ทำให้ป่าพรุที่ไร้ประโยชน์ เกิดความสวยงาม ใช้งานได้จริง ถูกใจประชาชนชาวยะลาเป็นอย่างมาก สวนขวัญเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เดินทางมาทำพิธีเปิดป้ายชื่อ "สวนขวัญเมือง" เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2529
นอกจากนี้ สวนขวัญเมืองแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักในหมู่คนเลี้ยงนก ด้วยเพราะที่นี่ได้จัดให้เป็นสนามแข่งขันนกเขาชวาเสียง ซึ่งเป็นสนามมาตรฐานที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และเป็นแหล่งแข่งขันนกระดับอาเซียน ด้วยทำเลที่สวยงาม กว้างขวาง และชายหาดจำลองทำให้ผู้คนต่างชื่นชอบ ที่นี่กลายเป็นปอดของเมือง เป็นที่พักผ่อนครอบครัว และเป็นที่ที่สามารถสร้างกิจกรรมยามว่างของคนเมืองยะลาอย่างดียิ่ง
สถานที่ตั้ง : ถนนพิพิธภักดี ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา
เวลาทำการ : เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30-17.00 น.
กิจกรรมแนะนำ : พักผ่อน, ระบายสีปูนพลาสเตอร์, ออกกำลังกาย
ไม่เอาพรุบาโกยหน่อยหรอ
ตอบลบ